บทความ นักคิดนักเขียน


โพสเมื่อ 11 Jul 2016 12:12:11 2659 view




ต้านไม่ไหว..สื่อสิ่งพิมพ์ขาลง เม็ดเงินโฆษณาหด นิตยสารปิดตัว

              ยุคออนไลน์มาแรง แซงทางโค้ง เล่นเอานิตยสารหัวดังๆ ล้มระนาว แม้แต่ อิมเมจ (IMAGE) นิตยสารชื่อดังของเมืองไทย ได้แจ้งปลดพนังงานกว่า 30 ชีวิต ปิดนิตยสารลงแล้ว เพราะยิ่งนานวันยิ่งขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพฤติกรรมผู้อ่านเปลี่ยน ไปตามยุคกระแสของเทคโนโลยี เลือกที่จะอ่านบนโมบายมากกว่าที่จะพลิกหน้ากระดาษดู

                แถม “ท่อน้ำเลี้ยงหลัก” พวกโฆษณาต่างๆ ไม่ต่อท่อ เติมเม็ดเงินโฆษณาอีกแล้ว สิ่งที่ตามมา ทำให้นิตยสารชื่อดัง หลายๆ หัว เริ่มปิดตัวลง เรื่อยๆ แถมยังส่งผลกระทบไปยัง หนังสือเล่มต่างๆ ค่ายยักษ์ใหญ่ สนพ. ชื่อดังๆ เริ่มชะลอตัว ไม่รับพิจารณางานเพื่อจัดพิมพ์เหมือนเช่นเคย

                หน้าร้านหนังสือชื่อดังหลายสาขาตามห้าง ยอดขายเริ่มตก สาวกคนที่ยังคงชื่นชอบกลิ่นไอของกระดาษ รอไปซื้อ “นาทีทอง” ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เรียกว่าลดกันแบบบ้าระห่ำ เหลือเล่มละ 10 บาท 20 บาทก็ยังมี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ จำนวนคนเดินกลับเริ่มมีจำนวนลดลง และลดลง ลงทุกๆ ปี

                แม้แต่ หนังสือพิมพ์ค่ายยักษ์ ต่างเจ็บและจุกไม่แพ้กันเมื่อยอดขายล่วง โฆษณาลด มีแต่ทรง กับทรุด ไม่มีอนาคต แต่คงไม่ปิดตัวลงง่ายๆ เพราะมีไว้เพื่อเป็นเกราะกำบังธุรกิจของนายทุนสื่อนั้นๆ และเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมีไว้ให้สังคมไทยได้รับรู้ข่าวสาร

 

                กล่าวได้เลยว่าทุกธุรกิจ  “สื่อสิ่งพิมพ์” อาการสาหัสไม่แพ้กัน ส่งผลกระทบไปเป็นห่วงโซ่ ไม่ว่าสายส่ง ร้านหนังสือ นักเขียน สนพ. บรรณาธิการ นักวาด รีไรเตอร์ มันเข้าสู่ขั้นภาวะขาลงสุดขีด และไม่มีใครรู้เลยว่าจุดสิ้นสุดของมันอยู่ตรงไหน

               

                หลายสื่อสิ่งพิมพ์ จึงเคลื่อนทับหันไปเปิดเว็บไซต์ข่าว เชิงสีสัน ชิง “ยอดวิว” ทำคอนเทนต์ออนไลน์กันเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นข่าวชาวบ้าน หรือข่าวที่ทำประโยชน์แก่สังคม คนอ่านได้อะไร..ความรู้ เพลิดเพลิน จรรโลงใจ

                เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน สื่อเทคโนโลยีก้าวเข้ามา เราต้องเปลี่ยน หลายๆ ธุรกิจต่างได้รับผลกระทบ แม้แต่ร้านวิดิโอ เดี่ยวนี้คนไม่ได้เช่าแผ่นเปิดเครื่อง CD เหมือนยุคก่อนเก่าแล้ว ใครๆ ก็สามารถดูหนังฟรีผ่านออนไลน์ได้ เมื่อผู้บริโภคมองหานิวมีเดียใหม่ๆ ที่เข้าถึงง่ายผ่านสายไซเบอร์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่อให้สายป่านยาวแค่ไหนก็รอดยาก ไม่อาจสู้ความเร็วทันใจของสื่อดิจิตอลได้ แม้ว่าสื่อสิ่งพิมพ์จะมีเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะตัว รูปแบบ คอลัมน์น่าอ่าน แต่จะมีสักกี่คนเล่า..ที่ยังคงหลงกลิ่นไอกระดาษคลาสสิคแบบนี้ ไม่มีใครเลือกที่จะสะสมเก็บหนังสือเท่ากับเปิดมือถือแล้วเซฟสิ่งที่ชอบเก็บไว้ในมือถือหรอกจริงไหม

และนี่คือนิตยสารชื่อดัง ที่ทะยอยปิดตัวกันลงแล้ว..

 

นิตยสารเปรียวที่มีชื่อเสียงมากว่า 35 ปีทิ้งทวนด้วยปก เหล่าบรรดาเซเลปคนดัง เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาด้วยปกนี้

 

อิมเมจ (IMAGE)  นิตยสารชั้นนำด้านแฟชั่น ที่อยู่คู่กับเมืองไทยมากว่า 29ปี ได้ปิดตัวลงทิ้งท้ายด้วยปกของ แคทรียา อิงลิช

Description: http://f.ptcdn.info/158/037/000/nxf6rw369JTttOSCPUv-o.jpg

"Cosmopolitan" นิตยสารหัวนอกสัญชาติอเมริกันฉบับภาษาไทยก็ประกาศปิดตัวลงแบบฟ้าผ่าเช่นกัน หลังอยู่คู่แผงหนังสือเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี วางแผงขายฉบับสุดท้ายเดือนพฤษภาคม

บางกอก รายสัปดาห์ เจ้าตำนานแห่งนิตยสารนวนิยายไทย “หยุดพัก” หลังจากผ่านร้อนหนาวมายาวนานถึงปีที่ 58 โดยมีฉบับที่ 3034 เป็นฉบับสุดท้าย

 

 

              นอกจากนี้ มีแวว “นิตยสาร ดิฉัน” แมกกาซีนผู้หญิงที่เป็นตำนานของวงการ ส่องแววไม่ค่อยสู้ดีกับกระแสสื่อดิจิตอลเช่นกัน เริ่มปลดพนักงานประมาณ 15 คน และปรับกลยุทธ์จากรายปักษ์เป็นรายเดือน รวมถึง Gossip Star ปรับจากรายสัปดาห์เป็นรายปักษ์ เพื่อบรรเทาทุนที่หนักอึ้ง หวังว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวนิตยสารกลับมาดีอีกครั้ง

 

              ในช่วงปี 2558 จะพบว่าสนพ.ทยอยปิดนิตยสารลงเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Oops หรือซุบซิบ หนังสือสตาร์นิวส์ ส่วนหนังสือทีวีพูล และนิตยสารสไปซี่ก็จะปรับไปเป็นฟรีก๊อบปี้ และบางฉบับหรือบางค่ายก็มีการปรับตัวจากนิตยสารไปเป็นเว็บไซต์ หรือปรับไปเป็นหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์แบบแจกฟรีตามสถานที่ต่างๆ เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และยังเป็นทางออกสำหรับการลงโฆษณาเป็นแพ็กเกจของบางค่ายอีกด้วย

 

จุดที่พฤติกรรมคนเปลี่ยน ในด้านการรับข่าวสาร หากเปรียบเทียบกันแล้วผู้บริโภคอาจมองว่า

1.สื่อออนไลน์เข้าถึงง่าย

รูดปรื๊ด ง่ายเพียงปลายนิ้ว อยากคลิกหาเสพข่าวใดก็ได้ และต้นทุนต่ำกว่าการซื้อนิตยสารสักเล่มมาเปิดอ่าน เพราะราคาที่ขายเมื่อเทียบกับค่าอินเตอร์เนต เหมาจ่ายรายเดือนไม่กี่บาท จะอ่านหรือโทรคุยออนไลน์ก็ไม่เสียเงิน จุดนี้เองที่ยอดขายสื่อสิ่งพิมพ์เริ่มตก จากที่เคยขายได้ ได้ค่าโฆษณามาเจือจุน กลับไม่มีใครอยากมาลงโฆษณาด้วย ทำให้แบกรับการผลิตต้นทุนไม่ไหว

2. เสน่ห์ขอความใหม่สด สื่อสิ่งพิมพ์สู่ออนไลน์ไม่ได้

เรียกว่า ช้า  ช้าและช้า กว่าสื่ออนไลน์มาก เดี๋ยวนี้ข่าวดังๆ อะไรๆ ก็เห็นผ่น Facebook กันหมดแล้ว

3.สื่อออนไลน์เข้าถึงได้ง่ายกว่า

ไม่ว่าจะอยู่ซีกโลกไหน ก็สามารถเข้ามาอ่านออนไลน์ได้ แถมยังชมภาพสดๆ บทสัมภาษณ์ร้อนๆ live สดกับคนดัง แบบกระชั้นชิด เรียกว่า Real Time กันได้เลย

4. รายได้จากสื่อออนไลน์ได้หลายทาง

ไม่ว่าจะขายแบรนเนอร์จากยอดที่มีคนเข้าชมเว็บไซด์ ติดgoogle adsense มีรายได้หลายทางต้นทุนต่ำ เข้าถึงง่าย วัดจำนวนคนเข้าชมได้จริง ซึ่งต่างจากสื่อสิ่งพิมพ์ มีรายได้จากโฆษณาและยอดขายเท่านั้น และถ้าขายไม่หมดนั่นคือปัญหา ต้นทุน สต๊อกค้าง แต่เวปไซต์ไม่มีตรงนี้

 

สิ่งที่ควรมี และควรทำนั่นคือ “การปรับตัวให้ทันยุค และอย่าตระหนกเกินเหตุ”

 

             อย่ายึดติดว่าจะเป็นสิ่งสิ่งพิมพ์ตลอด ยุคนี้เราไม่ได้แข่งขันกันที่จำนวนการตีพิมพ์ แต่อยู่ที่ยอดชมจำนวนคลิก เพราะนั่นหมายถึง รายได้ จากสปอนเซอร์ที่ลงโฆษณาจะวิ่งมาหายังเว็บไซต์คุณ คุณควรสร้างเนื้อหาดีๆ เพื่อดึงดูดคนเข้ามาอ่าน Facebook, Youtube ,Line, IG, หรือเวปไซต์ต่างๆ?

 

           ใครยิ่งทำให้เกิด Traffic ได้มากขึ้นเท่าไร นั่นหมายถึงสร้างโอกาสทางการเงินได้มากขึ้นเท่านั้น โดยอาศัย “ความเร็ว และความถี่”เพื่อเผยแพร่อัพเดทข่าวสาร จากที่เคยเขียนเป็นรายปักษ์ ต้องย่นย่อมาเป็นรายชั่วโมง หรือรายครึ่งวัน และสร้างContent ดีๆ เพราะยุคนี้เป็นยุค “Content is King” นักเขียนมือดี เปิดกรุ ลุกตลาดสร้างตัวตนกันขึ้นมาแล้ว ถ้าอยากอยู่รอด คุณต้องปรับนะคะ ในรูปแบบ E-book,ออนไลน์ หรืออะไรก็ได้ที่เข้าถึงผู้บริโภคง่าย

 

บทความโดย โรสรินทร์ พุมฤทธิ์



นักคิดนักเขียน

กฎ 5 ข้อเขียนอย่างไรให้ขายดี

ลองนำเทคนิค 5 ข้อนี้ไปปรับใช้กับงานเขียนตัวเอง ดูนะคะแล้วคุณจะเป็นนักเขียนได้ไม่ยากเลย..ปรับใช้ ปรับปรุง ปรับแนวคิด
2016-05-22 19:47:02, 2513 view

อยากเป็นนักเขียน

อยากเป็นนักเขียน ต้องเริ่มจากการอ่าน อ่านให้เยอะ ศึกษาให้มาก ถ้าจะเขียนอะไรก็วางจุดเริ่มและจุดจบให้ดี ถ้าเขียนไปคิดไปอาจเลิกกลางคัน ทำอะไรต้องมีการวาง
2016-05-22 19:58:05, 2607 view

เขียนทุกวันให้เป็นนิสัย

เรียนรู้งานเขียนทุกๆ วันด้วยการตั้งประเด็น ฝึกคิดและเขียนด้วยตัวเอง เขียนทุกวันให้เป็นนิสัย
2016-05-27 09:09:25, 2248 view

ฝึกทักษะการจับประเด็น

รู้จักตั้งคำคิด ตอบคำถาม หาจุดสำคัญของเรื่องที่จะเขียน อะไรคือประเด็นหลักที่ควรเล่น อะไรคือประเด็นรองที่ควรเขียน
2016-06-09 23:02:48, 4856 view

โฟกัสกับงานเขียนให้มากพอ

อยากเขียน แต่เขียนไม่ออก เขียนไม่ได้ เขียนไม่จบเล่ม เพราะเวลา..หรือเราโฟกัสกับมันไม่มากพอ
2016-06-01 10:50:28, 2143 view