บทความ นักคิดนักเขียน


โพสเมื่อ 15 Dec 2020 14:14:25 663 view




เขียนหัวข้อHeadlineให้ดึงดูด

เคยสังเกตไหมว่า

สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจของคุณเมื่อเลื่อนโทรศัพท์ตรวจสอบไทม์ไลน์ใน Twitter, สไลด์นิ้วแบบลื่นปื๊ดในfeed Facebook หรือแม้กระทั่งเช็คเมล์อินบ็อกคืออะไร?​​​​​

“พาดหัวหรือเนื้อเรื่อง”

และคุณเชื่อหรือไม่ว่า ผู้ใช้ที่สไลด์นิ้วผ่านหัวเรื่อง พวกเขาใช้เวลาตัดสินใจที่จะคลิกผ่านหรืออ่านโพสต์ทั้งหมดในเวลาเพียง 2 วินาที

ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิดหรอก พวกเขาใช้เวลาแค่เพียงสั้น ๆ เท่านั้นจริง ๆ เพราะยุคแห่งโลกดิจิทัลนี้ ข่าวสารหรือเรื่องราวต่าง ๆ มีออกมาให้เสพเป็นจำนวนมากบนโลกออนไลน์

ใครเร็วกว่า แรงกว่า โดนใจกว่า ก็จะปังไปเลย

ฉะนั้น ตอนนี้ คุณคงได้คำตอบแล้วว่า สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของคุณเมื่อเลื่อนโทรศัพท์คือ “พาดหัวเรื่อง”

คงน่าเสียดายไม่น้อยเลย หากบทความที่มีคุณภาพของคุณไม่ได้ถูกคลิกอ่านจากผู้คนบนโลกออนไลน์ เหมือนอาหารรสชาดดี แต่สีสันไม่ดึงดูดก็คงไม่มีโอกาสได้รับการลิ้มลองจากนักชิม

ก่อนอื่นคุณต้องตั้งโจทย์ให้กับตัวเองว่า

คุณจะทำอย่างไรให้ผู้คนสะดุดใจ สนใจ จนต้องคลิกเข้าไปอ่านบทความของคุณ?

คำตอบคือ คุณต้องใช้กลยุทธ์การเขียนพาดหัวเรื่อง headline ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากคุณต้องการปรับปรุงการเขียนพาดหัวเรื่องและเพิ่มทักษะการตลาดดิจิทัล เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณเขียนหัวข้อ Headline ที่ดึงดูดผู้อ่านจนไม่อาจต้านทานได้ในพริบตา

“พาดหัวเรื่องน่าทึ่ง ให้ตะลึงไปทั้งโลกออนไลน์”

 

1.เขียนหลาย headline แล้วค่อยละลายจนเหลือเรื่องเดียว

ในช่วงแรก ที่กระบี่ยังไม่คม ลองเขียนพาดหัวไว้ 3-5 หัวข้อ แล้วค่อยเลือกหัวข้อที่ดีที่สุดออกมาใช้

“ไม่มีสูตรสำเร็จในการเขียนบรรทัดแรกที่สมบูรณ์ในทุกครั้ง ดังนั้น คุณจึงต้องเขียนพาดหัวเรื่องไว้มากกว่า 1 หัวข้อเพื่อนำมาใช้ระดมความคิด แล้วค่อยปลิดออกจนเหลือหัวเรื่องเดียว”

 

2. แทรกตัวเลขมหัศจรรย์ในบรรทัดแรก

การใส่ตัวเลขถือเป็นวิธีง่าย ๆ ที่มีความเฉพาะเจาะจง จากการศึกษาของ Conductor พบว่าผู้คนส่วนใหญ่สนใจพาดหัวเรื่องที่มีตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น

“5 ร้านอาหารริมคลองกรุงเก่าเล่าเรื่องย้อนยุค”

“7 กลยุทธ์เพิ่มผู้ติดตามยูทูบ 10,000 คนภายใน 1 เดือน”

เคล็ดลับที่ไม่ลับอีกอย่างหนึ่งคือเราจะใช้ตัวเลขคี่แทนเลขคู่ เพราะมีการศึกษากันแล้วพบกว่าตัวเลขคี่ในบรรทัดแรกมีคนคลิกมากกว่าเลขคู่ถึง 20%

 

3. ใช้วงเล็บแยกส่วน

ไม่น่าเชื่อว่าการใส่วงเล็บในบรรทัดแรกจะเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนพาดหัวได้ อย่ามองข้ามประโยชน์ของวงเล็บ เพราะคุณสามารถใช้วงเล็บเพื่อแยกส่วนคำสั่งในบรรทัดแรกทำให้พาดหัวเรื่องน่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้วงเล็บจะทำให้คนอยากรู้อยากเห็น หรือไม่ก็เพิ่มความน่าเชื่อถือ

ตัวอย่างเช่น

7 วิธีในการเขียนพาดหัวเรื่องที่คุ้มค่ากับการคลิก (# 5 เพิ่มยอดผู้เข้าชมเป็นสองเท่า)

เห็นไหมว่า ตัวอย่างพาดหัวด้านบนโดยใช้วงเล็บเข้ามาช่วย ทำให้ผู้คนเกิดความอยากรู้อยากเห็นว่าข้อ 5 คืออะไรจนต้องคลิกเข้าไปอ่าน

หรือใช้วงเล็บเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

เช่น 5 วิธีเดินทางไปทำงานแบบสบายกระเป๋า (save เงินได้เดือนละ 3,000 บาท หรือปีละ 36,000 บาทเลยทีเดียว)

 

4. พิจารณาใช้คำถาม

อีกกลยุทธ์หนึ่งที่สามารถเดิมพันให้คนคลิกที่พาดหัวของคุณคือการถามคำถาม เพราะคำถามสามารถสร้างความอยากรู้อยากเห็นและผู้ที่ต้องการทราบคำตอบของคำถามจะคลิกพาดหัวของคุณและเข้าไปอ่านบทความ

สิ่งสำคัญ: คำถามที่นำมาใช้ตั้งคำถามจะต้องเป็นคำถามที่กระตุ้นความคิดและสร้างความอยากรู้ให้กับผู้คน อย่าเป็นคำถามที่ตอบได้ง่าย ๆ

ตัวอย่างเช่น

คุณเคยทำผิดพลาดในการเขียนพาดหัวเรื่องแบบ 5 ข้อนี้หรือไม่

แน่นอนว่าหากคุณเป็น blogger คุณอาจอยากรู้ว่าข้อผิดพลาดนั้นคืออะไร และคุณเคยทำผิดพลาดมาก่อนหรือไม่

 

5. มองหาคำหลัก SEO เพื่อให้ผู้ค้นหาพบเนื้อหาของคุณ

บล็อกเกอร์หลายคนมักทำสิ่งที่พลาดอย่างมหันต์โดยไม่ทำการวิจัยคีย์เวิร์ดที่ผู้คนกำลังค้นหาจริง ๆ เพราะหากคุณต้องการให้บทความของคุณติดอันดับการค้นหาในระยะยาว คุณต้องไม่พลาดการวิจัยคีย์เวิร์ดอย่างเด็ดขาด

การพาดหัวเรื่องที่อ้างอิงตามหลัก SEO สามารถช่วยให้ผู้คนค้นพบเนื้อหาในบทความขจองคุณ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสละเวลาทำ

 

6. เปิดตาดูคู่แข่งในแวดวงเดียวกัน

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าการดูบทความในรูปแบบเดียวกับเราจะเป็นการลอกงานของผู้อื่น เพราะในความจริงแล้วมันคือการฝึกหัดที่ดีอย่างหนึ่งในการเขียนพาดหัวเรื่อง ลองค้นหาใน Google และดูว่าพาดหัวเรื่องอื่น ๆ ที่คุณกำลังแข่งขันอยู่เขียนกันอย่างไรบ้าง เพราะอาจทำให้คุณมีแนวคิดที่ดีสำหรับการพาดหัวเรื่องของคุณเอง ให้ดูแตกต่างหรือดีกว่ากว่าที่คู่แข่งทำ

 

7. ลองหยิบหัวเรื่องเก่าเอามาเล่นใหม่

หากคุณเคยทำบทความมาบ้างแล้วลองนำพาดหัวเรื่องเดิมกลับมาใช้ใหม่

หากวลีที่เคยใช้เด็ด แค่ลองเปลี่ยนส่วนขยาย ก็นำมาขายได้อีก

ยกตัวอย่างเช่น

5 เหตุผลที่คนนิยมใช้ IOS มากกว่า Android

5 เหตุผลที่คนนิยมใช้รถยุโรปมากกว่ารถญี่ปุ่น

 

8. ลองพาดหัวเรื่องเชิงลบ

พฤติกรรมการบริโภคข่าวสารของผู้คนทุกวันนี้เริ่มเบื่อหน่ายกับคำพูดในเชิงบวกแล้ว เช่น “ดีที่สุด” เพราะเราจะเห็นพาดหัวเรื่องแบบนี้อยู่บ่อย ๆ แต่หากคุณลองพาดหัวเรื่องในเชิงลบ เช่นคำว่า “หยุด” หรือ “หลีกเลี่ยง”

ตัวอย่างเช่น

พาดหัวเรื่องทั่วไป : 5 เทคนิคปล่อยใจให้สบาย

พาดหัวเรื่องเชิงลบ :  5 สิ่งควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันภาวะความตึงเครียด

 

9. พาดหัวเรื่องตามเป้าหมาย

บางครั้งชื่อบทความในบล็อกอาจไม่จำเป็นต้องตรงกับชื่อ SEO ที่แชร์บนโซเชียลมีเดีย โดยคุณสารถพิจารณาการเขียนพาดหัวเรื่องให้มีความแตกต่างกันไปเพื่อกำหนดเป้าหมาย

ชื่อบทความ : ผู้หญิงช้อปปิ้งนานจริงหรือไม่

SEO Title : ทำไมผู้หญิงชอบช้อปปิ้งนาน

ชื่อโซเชียลมีเดีย : ความลับของผู้หญิงชอบช้อปปิ้งนานจัดงบประมาณกันอย่างไร

ชื่อโซเชียลมีเดียมีการตั้งกระทู้เพื่อให้เกิดการสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ชื่อบทสนทนาสั้นและตรงประเด็น แต่ไม่มีคีย์เวิร์ดเหมือนกับ SEO

เมื่อคุณได้เคล็ดลับการเขียนพาดหัวเรื่องไปแล้วลองนำไปปรับใช้และฝึกฝนการเขียนหัวเรื่องของคุณ เพื่อให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ทำให้ผู้คนสนใจและคลิกเข้าไปอ่าน และมีการแชร์เผยแพร่บทความแบบนับครั้งไม่ถ้วน จำไว้ว่าการเขียนพาดหัวเรื่องไม่ใช่ว่าจะเขียนแบบเซียนกันได้แค่ชั่วข้ามคืน เพราะขึ้นชื่อว่า “ทักษะ” ทุกด้านต้องมีการฝึกฝนและหมั่นทำเป็นประจำ วันหนึ่งฝีมือของคุณก็จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้



นักคิดนักเขียน

กฎ 5 ข้อเขียนอย่างไรให้ขายดี

ลองนำเทคนิค 5 ข้อนี้ไปปรับใช้กับงานเขียนตัวเอง ดูนะคะแล้วคุณจะเป็นนักเขียนได้ไม่ยากเลย..ปรับใช้ ปรับปรุง ปรับแนวคิด
2016-05-22 19:47:02, 1999 view

อยากเป็นนักเขียน

อยากเป็นนักเขียน ต้องเริ่มจากการอ่าน อ่านให้เยอะ ศึกษาให้มาก ถ้าจะเขียนอะไรก็วางจุดเริ่มและจุดจบให้ดี ถ้าเขียนไปคิดไปอาจเลิกกลางคัน ทำอะไรต้องมีการวาง
2016-05-22 19:58:05, 2068 view

เขียนทุกวันให้เป็นนิสัย

เรียนรู้งานเขียนทุกๆ วันด้วยการตั้งประเด็น ฝึกคิดและเขียนด้วยตัวเอง เขียนทุกวันให้เป็นนิสัย
2016-05-27 09:09:25, 1789 view

ฝึกทักษะการจับประเด็น

รู้จักตั้งคำคิด ตอบคำถาม หาจุดสำคัญของเรื่องที่จะเขียน อะไรคือประเด็นหลักที่ควรเล่น อะไรคือประเด็นรองที่ควรเขียน
2016-06-09 23:02:48, 3766 view

โฟกัสกับงานเขียนให้มากพอ

อยากเขียน แต่เขียนไม่ออก เขียนไม่ได้ เขียนไม่จบเล่ม เพราะเวลา..หรือเราโฟกัสกับมันไม่มากพอ
2016-06-01 10:50:28, 1713 view